Investor Relations

ทุนจดทะเบียน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 บริษัทมีทุนชำระแล้วทั้งสิ้น 750 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 750 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

ผู้ถือหุ้น

รายชื่อผู้ถือหุ้นสูงสูด 16 รายแรกพร้อมทั้งจำนวนหุ้น และสัดส่วนการถือหุ้น ณ วันที่ 10 เมษายน 2552 มีดังนี้

NO.ShareholderSharesPercentage
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทฯดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการจัดการโดยกำหนดให้ ผู้บริหารต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี อันเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งเสริมให้บริษัทมีระบบการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานต่อความสำเร็จและการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุมหลักสำคัญดังนี้

  • คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อองค์กรโดยแสดงออกถึงภาวะผู้นำและสามารถควบคุมการดำเนินงานของฝ่ายจัดการได้ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและดูแลมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  • บริษัทกำหนดแนวทางจรรยาบรรณเพื่อให้กรรมการและพนักงานถือปฏิบัติ
  • การดำเนินงานด้วยความโปร่งใสสามารถตรวจสอบโดยจัดให้มีระบบการควบคุมและการตรวจสอบ ภายในเพื่อจัดการกับความเสี่ยงโดยมีแผนตรวจสอบภายในในองค์กรเพื่อกำกับดูแลให้ฝ่ายบริหาร ดำเนินตามนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการให้มีมาตรฐานสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลที่ดีและตามที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแล นโยบายฯ ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้

  1. คณะกรรมการบริษัท
  2. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นและ บทบาทต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  3. การเปิดเผยสารสนเทศและความโปร่งใส
  4. การควบคุมและบริหารความเสี่ยง
  5. จรรยาบรรณ

คณะกรรมการบริษัท

ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริษัท เป็นองค์กรชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลดังวิสัยทัศน์และพันธกิจ คือ

วิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตที่คุ้มค่าของคนเมือง”

พันธกิจ “ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีรูปแบบตามความต้องการของตลาดในทำเลที่มีศักยภาพสูง ด้วยการก่อสร้างที่มีคุณภาพดีเยี่ยมโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและเหมาะสมกับระดับราคา พร้อมบริการหลังการขายและการส่งมอบที่ตรงตามกำหนด”

โดยดำเนินธุรกิจที่มีความหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งและด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ

คณะกรรมการมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ มีความอิสระในการตัดสินใจและรับผิดชอบตามหน้าที่ในการกำกับดูแลกิจการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม

คณะกรรมการมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จะกำกับดูแลการบริหารงานของฝ่ายบริหารและมีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจน

องค์ประกอบของคณะกรรมการ การแต่งตั้ง และความเป็นอิสระ

2.1 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์หลากหลายในสาขาต่างๆ และมีจำนวนกรรมการอย่างเพียงพอที่จะกำกับดูแลธุรกิจของบริษัท รวมกันไม่น้อยกว่า 5 คนตาม กฎหมายและกรรมการไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดนั้นต้องมีถิ่นที่อยู่ใน ประเทศไทย

2.2 คณะกรรมการเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดโดยรวมมิใช่เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง

2.3 คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระอย่างน้อยหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการ ทั้งคณะ และมีจำนวนอย่างน้อย 3 คน และมีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของ กรรมการทั้งคณะเพื่อให้มีการถ่วงดุลระหว่างกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารกับกรรมการที่เป็นผู้บริหาร

2.4 การแต่งตั้งกรรมการให้เป็นไปตามข้อบังคับบริษัทและข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องมีความโปร่งใสและชัดเจน ซึ่งพิจารณาจะต้องมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์ การประกอบวิชาชีพของบุคคลนั้นๆ โดยมีรายละเอียดที่เพียงพอ เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจ ของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น

2.5 กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัทกรรมการที่พ้นจาก ตำแหน่งตามวาระอาจถูกเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่อีกได้

ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร

ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์และคุณสมบัติที่เหมาะสม ไม่เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อให้มีการถ่วงดุลอำนาจโดย แยกหน้าที่การกำกับดูแลและการบริหารงานออกจากกัน ประธานกรรมการเป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารเป็นผู้นำของคณะกรรมการ และมีหน้าที่ในฐานะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ และการประชุมผู้ถือหุ้น

ประธานกรรมการบริหารเป็นหัวหน้าและผู้นำคณะผู้บริหารของบริษัทรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ในการบริหารจัดการ เพื่อให้บรรลุตามแผนที่วางไว้

คุณสมบัติของกรรมการ

4.1 กรรมการต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ และมีเวลาอย่างเพียงพอที่จะอุทิศความรู้ ความสามารถและปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทได้

4.2 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

4.3 กรรมการสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นได้ แต่ทั้งนี้ในการเป็นกรรมการดังกล่าวต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการของบริษัท

4.4 กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามแนวทางเดียวกันกับคุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องสามารถดูแลผลประโยชน์ของ ผู้ถือหุ้นทุกรายได้เท่าเทียมกัน และไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นอกจากนั้นยังต้องสามารถเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระได้

หน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญของคณะกรรมการ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท มีดังต่อไปนี้

การลงนามแทนบริษัทฯ

ตามข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการอาจมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่ง หรือหลายคนหรือบุคคลอื่น ปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งแทน คณะกรรมการก็ได้ และตามหนังสือรับรองของบริษัทฯ ระบุให้กรรมการ 2 คน ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัทฯ

  1. พิจารณากำหนดนโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำไปปฏิบัติ ซึ่งรวมถึงการทบทวน ประเมินผลการปฏิบัติ เพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสม และรายงานไว้ในรายงานประจำปี
  2. พิจารณาความเหมาะสม ให้คำแนะนำ และอนุมัติวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ ตลอดจน เป้าหมายนโยบายการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่นำเสนอโดยฝ่ายบริหาร รวมถึงกำกับ ควบคุม ดูแลการบริหาร และการดำเนินงานให้เป็นไปนโยบาย แผนงาน และเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  3. ดูแลให้บริษัทฯ มีระบบการรายงานทางการเงินและบัญชี การบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบ รวมทั้งการมีระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม เพียงพอเชื่อถือได้ เพื่อการปฏิบัติงานภายในบริษัทฯ และการเปิดเผยข้อมูลมีความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  4. ดูแลให้มีกระบวนการสรรหาและแผนการสืบทอดตำแหน่งของกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ที่มีประสิทธิผล คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร และประธานคณะกรรมการบริหารเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการผู้จัดการ เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหาร เพื่อรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท

ดูแลให้มีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ข้อพึงปฏิบัติที่ดีของกรรมการและพนักงาน รวมถึงการสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบ

  1. พิจารณาความเหมาะสม ในการแต่งตั้งและกำหนดขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมการชุดต่างๆ
  2. พิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติให้มีการตั้งสำนักงานสาขา หรือเลิกสำนักงานสาขา ตามที่ฝ่ายบริหารนำเสนอ
  3. จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีบริษัทฯ
  4. ดำเนินการอื่นๆ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มอบหมายให้กรรมการผู้จัดการให้มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดการมอบอำนาจตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ ซึ่งการมอบหมายนั้นต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจหรือมอบอำนาจช่วงที่ทำให้กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับมอบอำนาจจากกรรมการผู้จัดการสามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งมีส่วนได้เสีย หรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใด ( ตามข้อบังคับของบริษัทฯ และที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ) ทำรายงานกับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ยกเว้นเป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติไว้

ขอบเขตหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ มีดังต่อไปนี้

บริษัทฯ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระจำนวน 3 ท่าน และอย่างน้อย 1 ท่าน ต้องมีความรู้ด้านบัญชีหรือการเงิน คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดังนี้

  1. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องตามที่ควร ตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไปและเปิดเผยอย่างเพียงพอ โดยการประสานงานกับผู้สอบบัญชีภายนอกและผู้บริหารที่รับผิดชอบจัดทำรายงานทางการเงินทั้งรายไตรมาสและประจำปี
  2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน ( Internal Control ) และการตรวจสอบภายใน ( Internal Audit ) ที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิผล โดยสอบทานร่วมกับผู้สอบบัญชีภายนอกและ ผู้ตรวจสอบภายใน (ถ้ามี)
  3. สอบทานการปฏิบัติของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  4. พิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมถึงพิจารณาเสนอค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี
  5. พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในกรณีที่เกิดรายการที่เกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องและครบถ้วน
  6. สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการบริหารความเสี่ยง ( Risk Management ) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล
  7. สอบทานและให้ความเห็นต่อแผนตรวจสอบภายใน การปฏิบัติของสำนักงานตรวจสอบภายใน และประสานงานกับผู้สอบบัญชี
  8. จัดทำรายงานกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
  9. รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการบริษัทฯ ทราบอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง
  10. ในการปฏิบัติงานตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจเชิญให้ฝ่ายจัดการ ผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัท ที่เกี่ยวข้องมาให้ความเห็น ร่วมประชุม หรือส่งเอกสารตามที่เห็นว่าเกี่ยวข้องจำเป็น
  11. ให้มีอำนาจว่าจ้างที่ปรึกษา หรือบุคคลภายนอกตามระเบียบบริษัทฯ มาให้ความเห็นหรือคำปรึกษา
    ในกรณีจำเป็น

การสรรหากรรมการบริษัท

ในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัทจะกระทำโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

  1. ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
  2. ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม 1) ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล คราวละคนหรือคราวละหลายคนรวมกันเป็นคณะหรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ได้ตามแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะเห็นสมควร แต่ในการลงมติแต่ละครั้ง ผู้ถือหุ้นจะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดหรือคณะใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้
  3. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการให้ใช้เสียงข้างมาก หากมีคะแนนเสียงเท่ากันให้ผู้เป็นประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

บริษัทจัดให้มีการคณะกรรมการบริษัทไม่น้อยกว่า 5 คน โดยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร กรรมการบริษัทจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดและกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอาจลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระได้ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นสามัญรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือ โดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

การสรรหากรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารได้รับการแต่งตั้งโดยคัดเลืกจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท โดยพิจารณาที่ความรู้ ความสามารถ ความเป็นมืออาชีพในสาขาที่หลากหลาย และเอื้อกับธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยผู้เริ่มก่อตั้ง

การกำกับดูแลกิจการ
Corporate Governance

ที่มีความรู้ความสามารถ ความชำนาญในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นบุคคลที่มีความเป็นมืออาชีพและชำนาญเฉพาะด้านที่คณะกรรมการเห็นว่าจะสามารถเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการ และมีวิสัยทัศน์ เพื่อร่วมนำพาธุรกิจให้ก้าวหน้าต่อไปได้

การสรรหากรรมการอิสระ

คณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาสรรหาผู้ที่เหมาะสมที่จะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของบริษัท โดยพิจารณาจากคุณวุฒิ ตำแหน่งทางสังคม ความเกี่ยวโยง การไม่มีผลกระทบหรือความขัดแย้งทางธุรกิจ นำเสนอให้ทางกรรมการบริษัทพิจารณาโดยได้วางกรอบของหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้

  1. เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รับการยอมรับนับถือทางสังคมและทางธุรกิจ
  2. ไม่มีประวัติที่แสดงความเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่มีความเกี่ยวพันทางคดี ข้อพิพาท หรือการกระทำผิดทางกฎหมายหรือศิลธรรมอันดี
    มีความเป็นอิสระ
  3. ไม่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน รวมทั้งไม่เป็นลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ ผู้สอบบัญชี ทนายความ หรือเป็นผู้มีอำนาจควบคุมบริษัท หรือบริษัทในเครือ บริษัทร่วม หรือเป็นบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย
  4. ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ไม่มีผลประโยชน์ได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งในด้านการเงินและการบริหารงานของบริษัท บริษัทในเครือ บริษัทร่วม หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในลักษณะที่จะทำให้ขาดความเป็นอิสระ
  5. ไม่เป็นญาติสนิทกับผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท บริษัทในเครือ บริษัทร่วมหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง และไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่

คณะกรรมการบริหาร

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

  1. กำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ และหลักในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายจากคณะรรมการบริษัท และให้มีอำนาจดำเนินการตามนโยบายของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมาย เงื่อนไข กฎระเบียบและข้อบังคับของบริษัท
  2. ติดตาม กำกับ และควบคุมการปฏิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมายของแผนงานที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท หรือตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย และมีหน้าที่ต้องรายานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ
  3. คัดเลือกและแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไป พร้อมทั้งพิจารณากำหนดผลประโยชน์ตอบแทนที่เหมาะสม
  4. มีอำนาจพิจารณากลั่นกรองการใช้จ่ายเงินเพื่อดำเนินการต่างๆ ในส่งที่เกินกว่าอำนาจหรือเกินกว่างบเงินอนุมัติของกรรมการผู้จัดการ เพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
  5. มีอำนาจพิจารณา กลั่นกรอง การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักหรือธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
  6. พิจารณากลั่นกรองการมอบอำนาจดำเนินการของบริษัทฯ เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ สำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
  7. มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงินหรือการขอสินเชื่อเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน  รวมทั้งการชำระหรือใช้จ่ายเงินเพื่อธุรกรรมตามปกติธุรกิจของบริษัท เช่น การใช้จ่ายเงินเพื่อการลงทุน เพื่อการจัดซื้อที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง  และใช้จ่ายเพื่อการดำเนินงานต่ายๆ  นำเสนิคณะกรรมการเพื่อทราบ  หากเกินวงเงินที่กำหนด ให้นำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
  8. มอบหมายเพื่อให้บุคคลหนึ่ง หรือหลายบุคคลมีอำนาจกระทำการใดๆ แทนคณะกรรมการบริหารตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร และคณะกรรมการบริหารอาจยกเลิกเพิกถอนเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอำนาจนั้นๆ ได้
  9. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ในแต่ละช่วงเวลาจากคณะกรรมการบริษัท

กรรมการผู้จัดการ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ

ประธานคณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารและจัดการบริษัทฯ ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ ดังนี้

  1. มีอำนาจควบคุมการบริหารงานของบริษัทฯ ตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ นโยบาย ระเบีบบ ข้อกำหนด คำสั่ง และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริการหรือคณะกรรมการบริษัทตามลำดับ
  2. ดำเนินการหรือปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงานและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  3. ดำเนินการให้มีการจัดทำและส่งมอบนโยบายทางธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงแผนงานและงบประมาณ ต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติ และให้รายงานความก้าวหน้าตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกเดือน
  4. บังคับบัญชา ติดต่อ สั่งการ ดำเนินการ ตลอดจนเข้าลงนามในนิติกรรม เอกสารคำสั่ง หนังสือแจ้งหนังสือใดๆ ที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานหรือบุคคลอื่น  เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ สำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  5. บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง รวมถึงการบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อนลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัย ตลอดจนให้ออกจากตำแหน่งตามระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งที่คณะกรรมการบริษัท และ/หรือ บริษัทฯ กำหนด
  6. มีอำนาจการอนุมัติทางการเงินที่เป็นธุรกรรมทางการค้าปกติหรือธุรกรรมที่เป็นพันธะผูกพันต่อบริษัท
  7. มีอำนาจในการมอบอำนาจช่วงและ/หรือ มอบหมายให้บุคคลอื่นปฏิบัติงานเฉพาะแทนได้ โดยการมอบอำนาจช่วงและ/หรือ การมอบหมายดังกล่าวให้อยู่ภายใต้ขอบเขตแห่งการมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจ และ/หรือ ให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งที่คณะกรรมการบริษัท และ/หรือบริษัทฯกำหนดไว้
  8. เป็นผู้นำและปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างตามหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ การใช้อำนาจของกรรมการผู้จัดการดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถกระทำได้ หากกรรมการผู้จัดการมีส่วนได้เสียหรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะใดๆ กับบริษัทฯ ในการใช้อำนาจดังกล่าว
  9. ดำเนินการใดๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท  ตามการให้อำนาจจากคณะกรรมการบริษัทซึ่งอยู่ ภายใต้นโยบายของคณะกรรมการบริษัท

การประชุมคณะกรรมการ

คณะกรรมการกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี โดยกำหนดวันประชุมไว้ล่วงหน้าตลอดทั้งปี และอาจมีการประชุมวาระพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น ในการจัดประชุมคณะกรรมการ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารจะเป็นผู้ดูแลให้ความเห็นชอบกำหนดวาระการประชุม

เลขานุการคณะกรรมการบริษัททำหน้าที่จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุมไปให้กรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษามาก่อนล่วงหน้า ประธานกรรมการทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมมีหน้าที่ดูแลและจัดสรรเวลาแต่ละวาระให้อย่างเพียงพอสำหรับกรรมการที่จะอภิปราย แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระในประเด็นที่สำคัญโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม รวมทั้งให้ฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องนำเสนอข้อมูลประกอบการอภิปรายปัญหาสำคัญเลขานุการคณะกรรมการทำหน้าที่ในการจดบันทึกและจัดทำรายงานการประชุมภายใน 14 วัน จัดเก็บรายงานการประชุม เอกสารประกอบการประชุม สนับสนุนติดตามให้คณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

การติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหาร

กรรมการสามารถเข้าถึงและติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหารและเลขานุการคณะกรรมการได้โดยตรง ตามความเหมาะสม แต่การเข้าถึงและติดต่อสื่อสารนั้นต้องไม่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงต่อการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท

ค่าตอบแทนของคณะกรรมการ

ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทจะสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และเมื่อเปรียบเทียบค่าตอบแทนกับอุตสาหกรรมเดียวกันแล้ว ค่าตอบแทนดังกล่าวอยู่ในระดับที่เหมาะสม และเพียงพอที่จะจูงใจและรักษากรรมการที่มีคุณภาพไว้

การอบรมและพัฒนาความรู้กรรมการ

กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่แต่ละท่านจะได้รับทราบข้อมูลของบริษัท กฎระเบียบและข้อมูลธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอก่อนปฏิบัติหน้าที่และกรรมการจะได้รับการอบรมและพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้กรรมการสามารถทำหน้าที่และกำกับดูแลกิจการของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ

สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นและบทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสีย

สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการเคารพในสิทธิและมีหน้าที่ในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าผู้ถือหุ้นนั้นจะเป็นรายย่อยหรือชาวต่างชาติ นักลงทุนสถาบันหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิและความเท่าเทียมกัน ดังนี้

  1. สิทธิในการได้รับใบหุ้น โอนหุ้นและสิทธิในการรับทราบข้อมูล ผลการดำเนินงาน นโยบายการบริหารงาน อย่างสม่ำเสมอและทันเวลา
  2. สิทธิในการรับส่วนแบ่งกำไรร่วมกันอย่างเท่าเทียม
  3. สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น แสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ และร่วมพิจารณาตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่างๆ
  4. สิทธิในการแต่งตั้งกรรมการบริษัท

นอกจากนี้แล้ว ผู้ถือหุ้นทุกรายยังได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทมีนโยบายที่จะดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามกฎหมายและแนวทางการประชุมผู้ถือหุ้นที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแล ในการประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิและความเท่าเทียมกันในการรับทราบสารสนเทศ การแสดงความเห็น และตั้งคำถามใดๆ ต่อที่ประชุม ตามระเบียบวาระการประชุมและเรื่องที่เสนอโดยประธานที่ประชุมมีหน้าที่จัดสรรเวลาให้อย่างเหมาะสมและส่งเสริมให้มีการแสดงความเห็นและซักถามในที่ ประชุม การประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้งให้แต่งตั้งกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้รับมอบอำนาจแทนผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกเข้าประชุมและแจ้งไว้ในหนังสือ นัดประชุม ผู้ถือหุ้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนแยกสำหรับแต่ละวาระที่เสนอคณะกรรมการต้องไม่รวมเรื่องต่างๆที่ไม่เกี่ยวข้องกันแล้วเสนอขออนุมัติ รวมเป็นมติเดียวการประชุมผู้ถือหุ้นกรรมการทุกท่านมีหน้าที่เข้าร่วมประชุม เพื่อตอบคำถามต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นทุกคราวไป

บทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทตระหนักถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ และมีนโยบายที่จะดูแลให้ความมั่นใจโดยจัดลำดับความสำคัญให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้ง ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้บริหาร ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ ตลอดจนสาธารณชนและสังคมโดยรวมอย่างเหมาะสม และจะให้มีการร่วมมือกันระหว่างผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียในกลุ่มต่างๆ ตามบทบาทและหน้าที่เพื่อให้กิจการของบริษัทดำเนินไปด้วยดี มีความมั่นคงและตอบสนองผลประโยชน์ที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเกี่ยวกับการเปิดเผยสารสนเทศ และความดปร่งใส

  1. คณะกรรมการมีหน้าที่ในการเปิดเผยสารสนเทศทั้งที่เป็นสารสนเทศทางการเงิน และที่ไม่ใช่ทางการเงินอย่างครบถ้วนเพียงพอเชื่อถือได้และ ทันเวลาเพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทได้รับ
  2. กำหนดให้มีผู้ประสานงานผู้ลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) เพื่อเป็นตัวแทนบริษัทในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ให้ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลของบริษัท
  3. บริษัทมีนโยบายเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญต่อสาธารณชน ดังนี้
    1. วัตถุประสงค์ของบริษัท
    2. ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในโครงสร้างการถือหุ้น และสิทธิในการออกเสียง
    3. รายชื่อกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร และค่าตอบแทน
    4. ปัจจัยและนโยบายเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงที่สามารถมองเห็นได้ทั้งที่เกี่ยวกับการดำเนินงานและการเงิน
    5. นโยบายและโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ รวมทั้งความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการรายงานทางการเงิน และรายงานของประธาน คณะกรรมการตรวจสอบ เป็นต้น
    6. เปิดเผยในรายงานประจำปีเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม โดยเปรียบเทียบกับจำนวนครั้ง ของการประชุมคณะกรรมการในแต่ละปี นอกจากนี้ บริษัทยังคงต้องเปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนดโดยกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมและบริหารความเสี่ยง

การควบคุมภายใน

คณะกรรมการต้องจัดให้มีและรักษาไว้ซึ่งระบบควบคุมภายในเพื่อปกป้องเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น และทรัพย์สินของบริษัท คณะกรรมการมีหน้าที่สอบทานความมีประสิทธิภาพของระบบ การควบคุมภายใน อย่างน้อยปีละครั้งและรายงานให้ผู้ถือหุ้นทราบว่าได้กระทำการดังกล่าวแล้ว การสอบทานต้องครอบคลุมในทุกเรื่องรวมทั้งการควบคุมทางการเงิน การดำเนินงาน การกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการบริหารความเสี่ยง

การตรวจสอบภายใน

แต่งตั้งผู้ตรวจสอบภายในจากภายนอก โดยรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและผู้บริหารระดับสูงมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา ตรวจสอบและประเมินระบบการควบคุมภายในระบบบริหารความเสี่ยงและระบบการกำกับ ดูแลกิจการ

การบริหารความเสี่ยง

บริษัทมีนโยบายที่จะบริหารความเสี่ยงต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อบริษัททั้งปัจจัยภายในและภายนอก ให้มีความเสี่ยงที่เหลืออยู่ในระดับที่เหมาะสมและยอมรับได้โดยดำเนินการประเมินและสอบทานผล การประเมินความเสี่ยงจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งทบทวนและเสนอนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารความเสี่ยงอย่างน้อยปีละครั้ง


บทความอสังหาริมทรัพย์

คลิกเพื่อดาวน์โหลด

ติดต่อเจ้าหน้าที่ลงทุนสัมพันธ์

บริษัท ธีเอ็นพี เอสเตท จำกัด

อาคารเล้าเป้งง้วน 1 ชั้น 14
333 ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร
กรุงเทพฯ 10900

  • โทร : 02-618-8999